[Fic]The Lion who teased by the wind [Cosmos:58]

posted on 23 Jun 2010 21:15 by veneros in Fiction

The Lion who teased by the wind

Butz x Squall (เรทนิดๆนะจ๊ะ) 


สิงห์หนุ่มสควอล เลออนฮาร์ทนั่งอยู่ข้างกองไฟอย่างเบื่อหน่าย เด็กหนุ่มโยนใบไม้แห้งจำนวนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆเข้าไปในกองไฟเพื่อฆ่าเวลาก่อนจะหันไปมองยังเพื่อนร่วมทางที่นอนหลับอุตุอย่างสบายอารมณ์อยู่ไม่ไกลนักอย่างอิจฉา เพราะท่านอนที่แสนจะสบายเป็นที่สุดของทั้งสองคนทำเอาสควอลที่ต้องเฝ้ายามอดหงุดหงิดไม่ได้

ตอนแรกสควอลออกเดินทางคนเดียว ด้วยความรักสันโดษและคิดเล็กคิดน้อยของเขาทำให้เลือกที่จะเดินทางเพียงคนเดียวแต่ว่าระหว่างที่ออกเดินทางเขาก็ได้เจอกับบัทซ์และซีดาน สองหนุ่มที่ว่ากันว่าร่าเริงที่สุดในกลุ่มนักรบแห่งคอสมอส ซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าสองคนนั้นเห็นอะไรในตัวเขาถึงได้ชวนให้เดินทางไปด้วยกัน ถึงแม้ว่าตัวสควอลเองจะปฏิเสธก็ตาม

ทั้งสองคนไม่ได้ว่าอะไร และบัทซ์ก็ยังมอบขนนกโชโคโบะไว้ให้สควอลเป็นเครื่องรางอีกต่างหาก จนสควอลไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนร่าเริงอย่างพวกบัทซ์ต้องมาใส่ใจคนเงียบๆไม่พูดไม่จาอย่างเขาด้วย

แต่สุดท้ายเมื่อเขาต้องไปช่วยบัทซ์พร้อมกับซีดานเขาก็เข้าใจ เพราะบัทซ์กับซีดานมองว่าเขาเป็นเพื่อนนี่เอง ตอนนี้...เขาก็เลยต้องออกเดินทางร่วมกับเพื่อนๆที่ซนเป็นลิงถึงสองคน(ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นลิงจริงๆ)

สควอลต้องรู้สึกวุ่นเป็นสองเท่าเมื่อเดินทางร่วมกับเพื่อนหนุ่มอีกสองคน คนหนึ่งแก่กว่า อีกคนหนึ่งอ่อนกว่า ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไอ้คนที่แก่กว่าถึงทำตัวเหมือนเป็นเด็กอยู่ตลอดเวลา เอะอะก็เอาแต่เล่น ส่วนซีดานที่อ่อนกว่าเขาก็เอาแต่เล่นเช่นกัน แถมบางทีก็ยังร่วมมือกับบัทซ์มาแหย่เขาเล่นอีกต่างหาก ถ้าตอนนี้นักรบแห่งแสงมาเห็นเขาเข้าคงหลุดหัวเราะออกมาแน่ๆ เพราะใบหน้าของเขาเวลาถูกทั้งสองหน่อแกล้งนั้นมันคงตลกน่าดู(คิดเอาเอง)

ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมใครๆถึงชอบมายุ่งวุ่นวายกับเขา ตั้งแต่อยู่ที่การ์เด้นแล้ว ตอนนั้นก็มีทั้งเซลทั้งเซลฟี่คอยวุ่นวาย รีนัวเองก็ด้วย บางครั้งเออร์วินก็คอยมาแหย่เขาบ้างเหมือนกัน คิสทิสเองก็คอยทำตัวเหมือนพี่สาวจนเขาเบื่อ ไซเฟอร์เองก็เอาแต่หาเรื่องเขา แต่ที่เจ็บแสบสุดๆก็คงเป็นลากูน่าผู้ซึ่งเป็นพ่อ...เอาแต่ทำตัวเหมือนพวกติดลูกไปได้...

แรกๆเองเขาก็รำคาญ แต่สุดท้ายก็ทำใจยอมรับสภาพได้ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าขนาดถูกเรียกมาที่โลกอื่นแล้วยังจะเจอเหตุการณ์เดิมๆอีก

เพียงแต่หนักกว่าเพราะสองหน่อที่นอนหลับอย่างเป็นสุขอยู่นั้นดูจะไม่รู้จักความเกรงอกเกรงใจมากกว่าเพื่อนๆที่โลกเดิมของตัวเองเสียอีก

สควอลถอนหายใจก่อนจะมองกองไฟอย่างเพลิดเพลิน คิดไปเรื่อยเปื่อยว่าถ้าเรื่องราวสงครามระหว่างนักรบแห่งคอสมอสกับนักรบแห่งคาออสจบลงแล้วจะเป็นยังไง กลับไปที่โลกเดิมแล้วเวลาที่เขาหายไปมันผ่านไปกี่วัน เขาจะโดนพวกเพื่อนๆที่โลกโน้นแหย่เล่นมากกว่าสองคนนี้รึเปล่า สิงห์หนุ่มคิดไปเรื่อย

“งืม...เรน่า...อย่าหันปังตอนั่นมาทางนี่สิ...” เสียงบัทซ์ละเมอ สีหน้าทรมาน

“ฟารีส...ชื่อเธอนี่เหมือนเครื่องสำอางเป็นบ้าเลย...” ยังคงละเมอต่อ สีหน้ากวนประสาท

“...” สควอลนั่งทำหน้านิ่งก่อนจะโยนกิ่งไม้และใบไม้แห้งลงไปในกองไฟต่อไป

เวลาผ่านไปกี่ชั่วโมงไม่มีใครรู้ สควอลเริ่มสัปหงกเพราะความเหนื่อยล้าที่เดินทางมาทั้งวันและต้องเฝ้ายามเป็นกะแรก แม้จะง่วงแค่ไหนแต่SeeDที่ดีก็ไม่ควรที่จะละทิ้งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา

แม้ว่ามันจะเลยเวลาที่เขาตกลงกับพวกบัทซ์เอาไว้ก็ตาม...

แม้ไม่มีนาฬิกาแต่เขาก็พอรู้ได้ว่าตอนนี้มันเลยเวลาเฝ้ายามของเขาแล้ว บัทซ์บอกว่าจะตื่นขึ้นมาเฝ้าเป็นคนถัดไป แต่จนบัดนี้ก็เอาแต่หลับแถมยังเอาแต่ละเมอเรื่องแปลกๆอย่างเช่น “เรน่าอย่าหันปังตอมาทางนี้สิ” “ฟารีสชื่อเหมือนเครื่องสำอาง” “โบโกะอย่าจิกสิ” อะไรทำนองนี้ออกมาไม่หยุด(แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักชื่อที่บัทซ์พูดออกมาสักชื่อเดียวก็ตาม) แถมยังเจอคอมโบซีดานนอนกัดฟันเข้าอีกต่างหาก

สควอลหาวอย่างเบื่อๆ

“...อือ...งืม...”

“บ้า...ตรงนั้น...ไม่ได้นะ...เหอๆ..........♥” บัทซ์ละเมอ สีหน้าลามกเป็นที่สุด

สิงห์หนุ่มเกิดอาการหมั่นไส้จึงหยิบเอาก้อนหินก้อนเล็กๆแถวๆนั้นขว้างใส่บัทซ์เอาให้พอรู้สึกตัวก่อนจะทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ซึ่งฝ่ายบัทซ์นั้นก็ตื่นขึ้นมาตามคาด

“ห๊ะ ได้เวลาอาหารเช้าแล้วเหรอ” บัทซ์ว่าอย่างงงๆ ทำหน้าง่วงๆก่อนหันซ้ายหันขวาไปมาจนในที่สุดก็รู้สึกตัว เขาขยี้ตาแรงๆสองสามทีก่อนจะหันไปยังสควอล

“เมื่อกี้นี้...สควอลทำอะไรรึเปล่า” บัทซ์ถาม น้ำเสียงยังคงฟังดูงงๆและง่วงๆอยู่ สิงห์หนุ่มไม่ตอบอะไรแต่ลุกจากที่นั่งเดิมของตนไปนั่งพิงต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆกับซีดานแล้วทำท่าเหมือนกับจะนอนพักผ่อน

“มันเลยเวลาเฝ้ายามของฉันมาตั้งนานแล้วนะ ได้เวลานายเฝ้ายามมั่งแล้วล่ะ” สควอลว่าก่อนจะหลับตาลง บัทซ์ไปนั่งยังที่ที่สควอลนั่งเฝ้ายามจนถึงเมื่อครู่ก่อนจะทำสีหน้าเหมือนลูกแมวกำลังเศร้า

ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตจ้องมองไปยังสควอลอย่างอ้อนๆ จนสิงห์หนุ่มหลับไม่ลง เด็กหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมองอีกฝ่าย(ซึ่งอายุมากกว่า)อย่างรำคาญ ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นยังคงจ้องมองเขาแบบอ้อนๆอยู่เช่นเดิม

“มีอะไร...” สควอลถามด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่ารำคาญเป็นอย่างมาก แต่บัทซ์รู้ดีว่าสควอลไม่ได้รำคาญเขาจริงๆ เพียงแต่แสดงท่าทีเหล่านี้ออกมาเป็นปกติเท่านั้นเอง

“ช่วยอยู่เป็นเพื่อนหน่อยน้า” บัทซ์ทำเสียงอ้อน ดูท่าจะตาสว่างเต็มที่แล้วเพราะตอนนี้บัทซ์ดูเริงร่าสุดๆ

“...ฉันยังไม่ได้นอนเลยนะ” ผู้อ่อนวัยกว่าเอ่ยเบาๆด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ไม่ได้แสดงท่าทีว่าง่วงแม้แต่น้อย แต่กระนั้นเจ้าตัวก็รู้สึกง่วงสุดๆ

“ทำไมไม่ปลุกซีดานมาอยู่เป็นเพื่อนล่ะ” สควอลเสนอ

“เกรงใจหมอนั่นอ่ะ” ผู้สูงวัยกว่าเอ่ย

แล้วฉันล่ะ... นายเคยเกรงใจบ้างมั้ยเนี่ย

“อีกอย่างท่าทางสควอลเหมือนจะยังไม่ง่วงด้วยนี่นา”

กลางดึกอย่างนี้มีคนที่ไม่ง่วงด้วยเหรอ?

“นะ ขอร้องล่ะ น้า~”

สุดท้ายสควอลก็ทนเสียงอ้อนไม่ได้ต้องยอมทนง่วงแล้วก็นั่งเป็นเพื่อนบัทซ์ แม้จะไม่ได้ย้ายไปนั่งข้างๆก็ตาม

ทั้งสองนั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ไม่มีใครชวนใครคุยซึ่งสควอลก็ดีใจที่ไม่มีเสียงรบกวนจากบัทซ์ มีเพียงเสียงกัดฟันของซีดานเท่านั้นที่ดังอยู่อย่างแผ่วเบา ช่างเร้าบรรยากาศสิ้นดี...

“นี่...สควอล” ผู้ที่เอ่ยปากทำลายความเงียบขึ้นก่อนก็คือบัทซ์

สควอลไม่ตอบ แต่ทำสีหน้าเป็นเชิงถามว่า “มีอะไร”

“ตอนที่สควอลอยู่โลกของตัวเองเนี่ย สควอลมีเพื่อนสนิทบ้างรึเปล่า” ผู้สูงวัยกว่าถาม

สควอลไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้ทำท่าทางตอบรับหรือปฏิเสธอันใด กำลังครุ่นคิดอยู่ว่าพวกเซลนี่ถือเป็นเพื่อนสนิทรึเปล่า และไซเฟอร์จะถือเป็นเพื่อนสนิทของเขาคนหนึ่งได้หรือไม่ ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นบัทซ์ก็มองมาทางเขาอย่างสงสัยและดวงตานั้นก็บ่งบอกได้ว่าเขาต้องการคำตอบ แม้จะไม่ค่อยสะดวกสำหรับสควอลก็ตาม

“......พวกเราทุกคนในกลุ่มนักรบคอสมอสเนี่ยก็มีพรรคพวกกันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ” สควอลว่า

“เอาที่เป็นเพื่อนสนิทสิ” บัทซ์ว่างอนๆ

“จะอยากรู้ไปทำไมเนี่ย” สควอลว่าด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไร

“ก็อยากรู้นี่นา ฉันกับซีดานน่ะคิดตรงกันนะว่าพอร่วมเดินทางกันก็ควรจะรู้เรื่องราวของเพื่อนร่วมกลุ่มบ้างน่ะ แล้วฉันกับซีดานก็พูดกันมาพอแล้ว มีแต่เรื่องของสควอลนั่นแหละที่ยังไม่ค่อยรู้เท่าไร” นักเดินทางชี้แจง

“..........ความคิดของพวกนายนี่แปลกๆนะ” สควอลเอ่ยขึ้น เขาไม่ค่อยเข้าใจความคิดของคนร่าเริงและรักเพื่อนพ้องอย่างบัทซ์กับซีดานเท่าไรนัก ไม่ใช่ว่าปกติเขาไม่รักเพื่อน เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนเราถึงต้องเอาใจใส่คนอื่นมากถึงขนาดนั้น ซึ่งการเอาใจใส่เหล่านั้นที่ว่าก็ล้วนแต่เป็นการกระทำที่บัทซ์กับซีดานมองว่าเป็นเรื่องปกติ

“เหรอ ฉันก็ว่าสควอลแปลกๆเหมือนกันนั่นแหละ” บัทซ์ว่าพลางยิ้มยิงฟันสควอลก็เลยรู้ว่าที่บัทซ์พูดออกมานั้นไม่ได้หมายความอย่างที่ว่าจริงๆ บัทซ์เพียงแค่ต้องการแหย่เขาเล่นเท่านั้น

“ทุกคนก็ว่ากันอย่างนั้น” สิงห์หนุ่มเอ่ย คนรอบข้างเขามักมองว่าเขาเป็นคนเย็นชา เป็นคนหยิ่ง เป็นเด็กมีปัญหาอยู่แล้ว

“แต่ถึงสควอลจะแปลกยังไง ฉันก็ดีใจนะที่มีสควอลเป็นเพื่อน”

สควอลอึ้งไปเล็กน้อย แต่สีหน้าไม่เปลี่ยนไปเลยทำให้บัทซ์ยังคงพูดต่อไป

“ก็นะ...จะว่าไปไอ้พวกฉันมันก็วันๆเอาแต่เล่น พอมีสควอลมาอยู่ด้วยก็เลยรู้สึกว่านายเป็นคนที่คอยเบรกพวกฉันได้น่ะ” นักเดินทางผู้สูงวัยกว่าเอ่ย นัยน์ตาเป็นประกาย

“พวกฉันน่ะ อยากจะรู้เรื่องของสควอลให้มากกว่านี้นะ”

เด็กหนุ่มได้ฟังก็นิ่งเงียบไป ได้ยินบัทซ์พูดถึงตนแบบนั้นก็อดรู้สึกเขินเล็กๆไม่ได้ ที่ผ่านมาคนรอบตัวเขามักจะไม่พูดอะไรอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้เท่าไรนัก(ยกเว้นรีนัว) เขารู้ดีว่าเพื่อนๆทุกคนรักเขาแต่เลือกที่จะไม่แสดงออกมามากนักคงเพราะเกรงในท่าทีที่มักจะเฉยชาของเขานั่นเอง

“.....มันน่าอายออกนะ” สควอลว่า

“การจะให้ใครสักคนรู้ว่าตัวเราคิดอะไร ตัวเราเคยเจออะไรมาก่อนมันยากนะ มันน่าอาย...” เด็กหนุ่มว่า

บัทซ์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มหัวเราะ สควอลหน้าแดงน้อยๆเมื่อเห็นบัทซ์หัวเราะ

“อะ...อะไรเล่า”

“โธ่เอ๊ย นึกว่าสควอลเป็นแค่คนคิดมากธรรมดาๆเฉยๆซะอีก ที่แท้ก็เป็นพวกขี้อายด้วยเหรอเนี่ย” บัทซ์ยังคงขำอยู่ สควอลก้มหน้าเล็กน้อย แก้มแดงด้วยความเขิน เขาไม่เคยโดนใครพูดใส่ตรงๆอย่างนี้มาก่อน

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะบอกอะไรอย่างนะ”

นักเดินทางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาก่อนจะลุกจากที่นั่งของตนแล้วเดินไปยังที่ที่สควอลนั่งอยู่ก่อนจะผลักร่างของสควอลให้พิงกับต้นไม้ บัทซ์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่าย สิงห์หนุ่มตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อลมหายใจอุ่นๆของอีกฝ่ายเป่ารดใบหน้าในระยะใกล้ขนาดนี้

“อะ...อะไรของนายน่ะ” สควอลเอ่ยเสียงเบาอย่างฉงน

“ฉันจะบอกอะไรดีๆให้ไง”

บัทซ์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ซึ่งผิดกับภาพลักษณ์ปกติของเขาที่สุด ชายหนุ่มกระซิบที่ข้างหูของสควอลด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเจ้าเล่ห์และกวนประสาทสควอลที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ฉันน่ะนะ ชอบคนที่ขี้อายที่สุดเลยล่ะ” บัทซ์ว่าก่อนที่มือซนๆของตนจะค่อยๆเลิกเสื้อของสควอลขึ้นซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรเพราะตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูกนั่นเอง

“ว่าอะไร...นะ...?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามเบาๆขณะที่มือของบัทซ์ก็เริ่มรุกล้ำเข้าไปข้างในเสื้อของสควอลอย่างช้าๆ สัมผัสลูบไล้ไปทั่วแผ่นอกของเด็กหนุ่มอย่างไม่ใส่ใจความรู้สึกของเจ้าของเลย

“ฉันน่ะสนใจสควอลมาตั้งแต่แรกแล้วล่ะนะ อ๊ะ แต่อย่าเข้าใจผิดล่ะ ฉันไม่ได้ชอบผู้ชายหรอกนะ”

“แต่ว่าสควอลน่ะน่ารักน่าแกล้งซะจนฉันอดไม่ได้เลยล่ะ” บัทซ์กระซิบที่ข้างหูของสควอลที่ตอนนี้เริ่มผลักเขาออกห่างแล้ว แต่ทว่าเพราะความตกใจทำให้แรงของสควอลนั้นหายไปกว่าครึ่ง

“อย่ามาพูดบ้าๆน่ะ!” สควอลขึ้นเสียง

“อยากให้ซีดานตื่นขึ้นมาเห็นรึไง” บัทซ์ว่า นั่นทำให้สควอลเงียบเสียงลงทันที

“อย่าแกล้งกันแบบนี้นะ ไม่ตลกเลย” สควอลกระซิบใส่บัทซ์ซึ่งยังคงลวนลามเขาอยู่

“ไม่ได้แกล้งซะหน่อย” นักเดินทางว่า ก่อนจะค่อยๆซุกไซร้ลำคอเรียวระหงของสควอลอย่างเพลิดเพลิน มือของสควอลพยายามผลักไหล่ของอีกฝ่ายออกแต่ทว่าเจ้าของไหล่นั้นกลับแข็งแรงเกินคาด ทั้งๆที่ปกติก็ทำตัวบ้าๆบอๆแท้ๆ ทำเอาสควอลแค้นจนทนไม่ได้

มือข้างหนึ่งของบัทซ์เลื่อนไปปรนเปรอยอดอกของสควอลซึ่งเขาถึงกับสะดุ้งเพราะตกใจที่บัทซ์สัมผัสกับยอดอกของเขา สควอลไม่อาจทำอะไรได้ถูกเพราะนอกจากจะถูกอีกฝ่ายลวนลามจนงงแล้วเขายังงงเพราะท่าทีที่เปลี่ยนไปของบัทซ์อีกด้วย

“ย...หยุดนะบัทซ์!” สควอลว่า แต่อีกฝ่ายไม่ฟัง

ปลายลิ้นร้อนเริ่มเลื่อนลงมาไล้เลียยังยอดอกของอีกฝ่าย เมื่อยอดอกน่ารักของสควอลมีปฏิกิริยาตอบรับก็ทำให้บัทซ์รู้สึกสนุกจนอดแกล้งต่อไม่ได้ เขาขบเม้มยอดอกแรงๆจนอีกฝ่ายเริ่มส่งเสียงที่เขาอยากฟังออกมา แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

“อ๊ะ...!” สควอลร้องออกมา แต่เพราะสามารถเรียกเสียงร้องแบบนี้จากสควอลได้ บัทซ์จึงไม่คิดที่จะหยุด

คราวนี้มือซนๆของเขาเริ่มปลดเข็มขัดของสควอลออก แม้ทุลักทุเลไปบ้างเพราะสควอลคาดเข็มขัดไว้ถึงสามเส้น แต่บัทซ์ก็ยังสามารถปลดเข็มขัดออกได้ในที่สุด มือของเขาเลื่อนไปสัมผัสยังจุดสำคัญของสควอลอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม

“บัทซ์ อย่านะ!” สควอลร้องเบาๆขณะที่มือเรียวของอีกฝ่ายก็ปรนเปรอส่วนนั้นของเขาอย่างแผ่วเบา และสัมผัสช้าๆสลับกับรวดเร็วราวกับจะแกล้ง

“อึ่ก...” เด็กหนุ่มพยายามกลั้นเสียงเอาไว้เมื่อส่วนนั้นของตนเริ่มตอบสนองกับสัมผัสที่ได้รับจากอีกฝ่ายอย่างที่เขาไม่อยากให้เป็น

“น่ารักจังเลยน้า สควอล” บัทซ์เอ่ย ทำให้สควอลหงุดหงิดสุดๆ แต่ว่าเพราะก่อนหน้านี้เอาแต่อึ้ง พอเลยเถิดมาจนถึงตรงนี้เขาก็ไม่มีแรงจะไปต่อต้านอะไรบัทซ์แล้ว

“อ๊ะ...ย...หยุดเถอะ...ขอร้องล่ะ”

“แต่ตรงนี้ของนายมันไม่บอกแบบนั้นนี่นา” บัทซ์ว่าด้วยน้ำเสียงร่าเริงก่อนที่จะขยับมือของตนให้เร็วและแรงขึ้น

“อ๊า...บัทซ์!”

นักเดินทางสัมผัสเด็กหนุ่มอย่างลุ่มหลง ในทุกสิ่งที่เขาเป็น ทุกอากัปกิริยาที่เขาทำ ทุกอย่างทำให้บัทซ์สัมผัสสควอลอย่างไม่เคยพอ

ราวกับเนิ่นนานนับชั่วโมงที่บัทซ์สัมผัสเด็กหนุ่ม สควอลไม่สามารถขัดขืนอะไรได้ เพลิดเพลินกับสัมผัสที่ได้รับ ยากจะปฏิเสธอีกฝ่ายที่กำลังล่วงเกินตนอยู่นี้ ในหัวขาวโพลนไม่อาจรับรู้อะไรได้อีกนอกจากฝ่ามือของอีกฝ่ายที่กำลังกอบกุมสัมผัสจุดสำคัญของตนอย่างรักใคร่

“บัทซ์...อ๊ะ...” เด็กหนุ่มเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา บัทซ์เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายตามเสียงเรียก ขณะนี้ใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นช่างดูรัญจวนใจเหลือเกิน พวงแก้มแดงระเรื่อที่เห็นได้ชัดจากไฟสลัวของกองไฟที่ด้านหลัง เสียงหอบหายใจกระเส่าที่เร่าร้อน ริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยเพื่อหอบหายใจ ดวงตาปรือเย้ายวน บัทซ์อดไม่ได้ที่จะประทับริมฝีปากของตนเข้ากับริมฝีปากของอีกฝ่าย

ปลายลิ้นของนักเดินทางพัวพันปลายลิ้นของอีกฝ่ายอย่างลุ่มหลง ตักตวงจากอีกฝ่ายอย่างไม่รู้จบ สควอลครางในลำคอ และเสียงครางนั้นยิ่งหนักหน่วงขึ้นเมื่อมือของบัทซ์ที่ยังไม่ละจากส่วนนั้นของเขาเร่งจังหวะให้รุนแรงขึ้นอีก

“อื้อ...!!” เสียงครางในลำคอของสควอลดังขึ้นพร้อมกับของเหลวอุ่นที่ปล่อยออกมาในอุ้งมือของบัทซ์ เจ้าของมือมองไปยังคราบสีขาวขุ่นในมือของตนก่อนจะมองหน้าสควอล เมื่อเห็นสีหน้าหมดแรงของอีกฝ่ายแล้วเขาก็ยิ้มบางๆอย่างพอใจ

“น่ารักจริงๆเลยน้า สควอล” บัทซ์ว่าก่อนจะค่อยๆกดอีกฝ่ายให้นอนลงกับพื้นซึ่งแน่นอนว่าสควอลนั้นไร้แรงจะขัดขืนโดยสิ้นเชิงแล้ว

ตอนนั้นเอง หนุ่มน้อยลิงจ๋อของเราก็ค่อยๆงัวเงียตื่นขึ้นท่ามกลางความตกใจของสควอล ขณะที่บัทซ์นั้นไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยแม้แต่น้อย

“ฮ้าว~ ได้เวลา...เปลี่ยนเวรแล้ว...บัทซ์...” ซีดานว่าด้วยน้ำเสียงงัวเงียพลางขยี้ตา สควอลอาศัยจังหวะนี้ชกบัทซ์เข้าเต็มแรงจนอีกฝ่ายสลบเหมือดไปทันที เด็กหนุ่มลุกลี้ลุกลนจัดแจงแต่งตัวให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าของตน(ซึ่งคิดว่าโชคดีที่พกมาด้วย)เช็ดร่องรอยน่าอายที่อยู่บนมือของบัทซ์แล้วขว้างผ้าเช็ดหน้าโชคร้ายหายเข้าป่าไปทันที

“อ้าว...ตอนนี้เวรบัทซ์ไม่ใช่เหรอ ทำไมสควอลยังตื่นอยู่อีกล่ะ” ซีดานที่มัวแต่ขยี้ตาที่ไม่ทันได้สังเกตอาการของสควอลถาม

“เจ้าบ้านี่ไม่ยอมตื่นน่ะสิ ลากก็แล้ว ฉุดก็แล้ว ชกก็แล้วยังไม่ยอมตื่นเลย” สควอลกลบเกลื่อน ซึ่งโชคดีที่ตอนนี้เป็นเวลากลางคืนเพราะไม่งั้นซีดานคงสังเกตเห็นพวงแก้มแดงปลั่งเข้าแน่นอน

“เหรอ ถ้างั้นสควอลก็เฝ้ายามสองกะเลยน่ะสิ” ซีดานว่าด้วยสีหน้าที่ดูตกใจ

“ประมาณนั้น...”

เพราะนายไม่ยอมตื่นขึ้นมาให้เร็วกว่านี้แท้ๆ!

เมื่อกี้เลยเจอเรื่องอันตรายเข้าเลยรู้มั้ย!!!

สควอลตะโกนในใจอย่างเดือดดาลระคนอับอาย น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ได้ยิน

“งั้นสควอลไปนอนเถอะ เดี๋ยวฉันเฝ้าต่อเอง บัทซ์นี่ใช้ไม่ได้จริงๆ” ซีดานว่าก่อนจะลุกขึ้นจากที่ที่ตนนอนอยู่แล้วเดินมานั่งข้างๆกองไฟ เขามองไปยังบัทซ์ที่นอนสลบอยู่โดยที่เข้าใจว่าอีกฝ่ายหลับ ซีดานใช้เท้าเขี่ยอีกฝ่ายเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นทำท่าเคลิ้มแบบแปลกๆพิกลทั้งๆที่กำลังหลับอยู่

สควอลเดินตรงไปยังบริเวณที่ซีดานนอนหลับเมื่อครู่นี้ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนทันทีไม่มีรีรอ

ไอ้เจ้าบ้านั่น!!

สควอลนึกถึงเรื่องที่บัทซ์ทำกับเขาเมื่อครู่นี้แล้วก็รู้สึกโมโหขึ้นมา โมโหทั้งบัทซ์ที่ลวนลามเขา โมโหซีดานที่ไม่ยอมตื่นขึ้นมาช่วย และที่รู้สึกโมโหที่สุดก็คือโมโหตัวเองที่มัวแต่ตกใจจนไม่ยอมขัดขืนบัทซ์ และโมโหที่สุดของที่สุดก็คือเรื่องที่เขาดันไปเคลิ้มกับการที่บัทซ์...ใช้มือ...ทำให้เขา...

สควอลหน้าแดงแจ๋ทั้งๆที่กำลังนอนอยู่

พรุ่งนี้คงมองหน้าเจ้าบ้านั่นไม่ติดแน่ๆ...

======================

ตอนเช้าอากาศสดใส เสียงนกร้องดังกังวานทั่วป่าราวเสียงดนตรี แสงแดดอ่อนๆทอประกาย ขัดกับอารมณ์อันขุ่นมัวของสควอล อากาศช่างดีจนดูเหมือนกับว่ามันต้องการที่จะเยาะเย้ยสิงห์หนุ่มกระนั้น

สควอลไม่อาจทำใจให้มองหน้าบัทซ์ได้ และเขาก็ต้องหมั่นไส้และอารมณ์เสียหนักกว่าเดิมเมื่อบัทซ์ไม่มีท่าทีอันใดที่แปลกไปจากเดิมเลย เขายังคงนั่งทานอาหารเช้าพร้อมกับคุยเล่นหัวกับซีดานอย่างสนุกสนาน เขายิ้มร่าเริงอย่างน่าหมั่นไส้ ซึ่งนั่นทำให้สควอลอารมณ์บูดหนักจนแสดงออกมาทางสีหน้า(ที่ปกติก็มักจะไร้รอยยิ้มอยู่แล้ว)

สองเกลอจอมป่วนมองหน้ากันอย่างรู้สึกไม่ดี ซีดานใช้ศอกดุนแขนบัทซ์เบาๆ ในขณะที่บัทซ์ทำสีหน้าเหมือนกับกำลังสำนึกผิด

“สควอล เมื่อคืนนี้ขอโทษนะ” บัทซ์เอ่ย สีหน้าสำนึกผิดในขณะที่สควอลก้มหน้านิ่ง แก้มแดงระเรื่อ

มาขอโทษกันง่ายๆแบบนี้น่ะเหรอ แถมมาขอโทษต่อหน้าซีดานอีก หน้าด้านเป็นบ้า!

สควอลคิด

“ขอโทษที่เมื่อคืนไม่ได้ตื่นมาช่วยเฝ้ายามนะ”

เอ๊ะ?

“คือว่าเมื่อคืนน่ะ รู้สึกว่าจะตื่นมาแล้วก็หลับต่อน่ะ ก็เลย...ไม่ได้อยู่ช่วย ขอโทษจริงๆนะ อย่าโกรธกันเลยนะ!” บัทซ์ว่าพลางก้มหัวลงเป็นเชิงขอโทษ

“เดี๋ยวสิ ที่ว่าไม่ได้ตื่นเนี่ย... ที่จริงเมื่อคืนนายตื่นขึ้นมาคุยอะไรกับฉันตั้งหลายเรื่องนะ” สควอลว่า บ่ายเบี่ยงเรื่องที่บัทซ์ลวนลามด้วยการเปลี่ยนเป็น “คุย”

“เอ่อ แต่เมื่อคืนฉันจำไม่ได้เลยนะว่าตื่นน่ะ...?” บัทซ์ว่า ดวงตาสีน้ำตาลฉายแววฉงน

“แต่นายตื่นขึ้นมาจริงๆนะ แล้วก็กวนประสาทฉัน ฉันก็เลยต่อยนายคว่ำไปไง ตอนที่ซีดานตื่นขึ้นมาพอดีนั่นแหละ” สิงห์หนุ่มว่า

“ไหนเมื่อคืนสควอลบอกว่าบัทซ์ไม่ยอมตื่นไง” เด็กหนุ่มผู้อ่อนวัยที่สุดในกลุ่มถาม

“พอดีตกใจที่นายตื่นน่ะเลยพูดแบบนั้นออกไป”

“แต่ฉันไม่ได้ตื่นจริงๆนะ” บัทซ์ยืนยัน สีหน้างุนงงเป็นไก่ตาแตก และดูงุนงงได้สมจริงมากจนสควอลเชื่อว่าบัทซ์จำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้จริงๆ

“หรือว่า...” ซีดานพึมพำ

“นายละเมออีกแล้ว?”

ซีดานก่อประเด็นขึ้นก่อนจะมองหน้าบัทซ์ ขณะที่อีกฝ่ายก็ทำท่าราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้

“จริงสิ ฉันอาจจะละเมอก็ได้นะสควอล ช่วงนี้ยิ่งเป็นบ่อยๆอยู่ด้วยน่ะ”

ละเมอ...

เหรอ...?

“ใช่ๆ คราวก่อนอยู่ดีๆเจ้าบ้านี่ก็ละเมอลุกขึ้นมาชวนคุยด้วยปร๋อเลย แต่พอตอนเช้าก็เป็นแบบนี้แหละ หมอนี่จำอะไรไม่ได้สักอย่าง” ซีดานว่า

“ขอโทษน้าถ้าฉันละเมอไปทำอะไรแปลกๆใส่นาย” บัทซ์ว่าพลางทำท่าบ้องแบ๊ว

สควอลไม่ตอบอะไร เขาเรียกกันเบลดออกมา แต่ทว่าตอนนี้มันได้กลายสภาพเป็นไลออนฮาร์ทไปแล้วเรียบร้อย

“ตาย”

แล้ววันนี้ ป่าแห่งนี้ก็กลายสภาพเป็นสนามรบระหว่างสควอลกับบัทซ์ ซึ่งสควอลเท่านั้นที่เป็นฝ่ายโจมตี

สควอลได้ตระหนักถึงสัจธรรมอะไรบางอย่าง


อย่าอยู่กับบัทซ์สองต่อสองเวลาดึกๆ

ไม่งั้นจะเป็นอันตรายต่อพรหมจรรย์ของตัวเอง...

edit @ 23 Jun 2010 21:17:49 by Hideyo [Cecil & Tina Lover]

edit @ 23 Jun 2010 21:19:17 by Hideyo [Cecil & Tina Lover]

edit @ 23 Jun 2010 21:50:43 by Hideyo [Cecil & Tina Lover]

edit @ 25 Jun 2010 13:48:49 by Hideyo [Cecil & Tina Lover]

Comment

Comment:

Tweet

ก้ากก บัซท์ ละเมอได้เป็นเรื่องเป็นราวมาก แถมทำไปขนาดนั้นแล้วยังมีหน้ามาจำไม่ได้อีกนะ *ตบตี*

สคอลล์คะ ที่โกรธนี่เพราะบัซท์ขอโทษผิดเรื่อง จำไม่ได้ หรือว่าโกรธที่ตานี่แค่ละเมอคะ

ขอบคุณที่แต่งฟิคน่ารักๆให้อ่านนะคะ

#1 By kISa (125.27.238.42) on 2011-10-28 15:16