[Fic Gintama]Fake Boyfriend Part I

posted on 11 Dec 2006 22:37 by veneros  in Fiction

วันนี้เป็นครั้งแรกที่อัพ 3 เอนทรี่ในวันเดียว ขอโทษครับ จะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว= =" เหอๆ จริงๆฟิคเรื่องนี้กะว่าจะให้มันมีแค่ตอนเดียวจบ แต่รู้สึกจำนวนหน้าจะเยอะไปก็เลยกะจะแบ่งออกเป็นสองตอนจบ และตอนที่สองคิดว่าจะน้อยกว่าตอนนี้มากพอดูเพราะตอนที่สองนั้นอยู่ในห้องนอนแล้วเรียบร้อย ตอนแรกนั้นจะไม่ส่ออะไรใดๆทั้งสิ้นนะครับ แต่ว่าตอนที่สองรับรองว่ามันจะมีฉากแน่นอน แต่ไม่ลงที่นี่หรอกครับ ต้องไปหาแหล่งลงที่ใหม่ซะแล้ว=w="

เชิญอ่านโลดครับ ถ้ามันห่วยยังไงก็ขออภัยนะฮะ

Fake Boyfriend
Gintama Fiction
Pairing: Gin-san x Katsura
Rate: ??
Author: Hideyo Kanagawa

Note: คำว่า อลิซาเบท ซึ่งเป็นชื่อของสัตว์เลี้ยงของคาซึระนั้น จะขอเปลี่ยนเป็น เอลิซาเบธ

Note2: เนื่องจากว่าเรื่องกินทามะมันเป็นเรื่องตลก ดังนั้นบางช่วงที่เราบรรยายหรือคำพูดต้องออกปัญญาอ่อนนิดๆไปด้วย...ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูตลกไม่เท่ากับต้นฉบับแต่ก็พยายามจะให้ดูปัญญาอ่อนที่สุดละกันนะครับ

Note3: บ้านคุณกินมีออดมั้ยหว่า= ="

เสียงออดดังกวนประสาทเป็นบ้าเลย...ให้ตายสิ...

ใครก็ได้ลุกไปเปิดประตูไล่ไอ้บ้าที่กดออดอยู่นั่นให้พ้นทีเหอะ...

ชินปาจิ...นั่นมันงานนายไม่ใช่รึไงฟะ แล้วยัยหนูหมวยนั่นไปอยู่ไหนเล่า...

เออ มาแล้วๆ ชายหนุ่มผมเงินนามซากาตะ กินโทกิลุกขึ้นจากฟูกที่นอนอย่างเกียจคร้านเพราะเสียงออดที่ดังต่อเนื่องไม่หยุดมาตั้งแต่เมื่อครู่นี้ วันหยุดทั้งทีขอหลับยาวสบายๆมั่งไม่ได้รึไงกันเล่า ไอ้เจ้าบ้าเอ้ย... ชายหนุ่มคิดอย่างหัวเสีย เขาไม่ได้ลุกไปเปิดประตูทันทีแต่ว่าเดินไปจัดการธุระส่วนตัวในยามเช้าอย่างเร่งรีบแทน จากนั้นจึงออกไปรับแขกผู้มาเยือนทั้งๆที่ยังอยู่ในชุดนอน

คร้าบ คร้าบ...ถ้าหนังสือพิมพ์ล่ะก็ไม่เอาหรอกนะ... ชายหนุ่มพูดขณะเลื่อนบานประตูเปิดออก เขายังไม่ทันพูดจนจบประโยคก็รับทราบได้ว่าผู้ที่มากดออดไม่ใช่คนส่งหนังสือพิมพ์

คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็คือชายหนุ่มผมดำยาวหน้าสวยคนหนึ่งซึ่งมาพร้อมกับสัตว์เลี้ยงตัวสูงหน้าตาคล้ายเพนกวิน คนๆนี้ก็คือคาซึระ โคทาโร่ผู้เป็นเพื่อนสนิทเก่าแก่ของเขานั่นเอง

มาทำอะไรแต่เช้าวะ ซึระ กินโทกิถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทพร้อมกับเกาหัวแกรกๆอย่างรำคาญใจ เวลานอนหลับแสนสบายอารมณ์ของเขาต้องมาเสียไปกับการที่ต้องโดนเจ้านี่ชวนให้เข้ากลุ่มก่อการร้ายงั้นเหรอเนี่ย

ไม่ใช่ซึระ คาซึระต่างหาก...แล้วนี่ก็ไม่เช้าแล้วด้วย มันจะเที่ยงแล้วต่างหาก คาซึระผู้มาเยือนตอบเรียบๆก่อนจะถือวิสาสะเบียดกายผ่านช่องประตูแคบๆที่กินโทกิเปิดไว้เพียงครึ่งๆกลางๆแล้วยืนขวางไปเสียครึ่งหนึ่งเข้าไปในบ้านของเพื่อนหนุ่มอย่างไม่ค่อยจะเกรงใจนัก ส่วนสัตว์เลี้ยงหน้าตาคล้ายเพนกวินที่มีชื่อว่าเอลิซาเบธนั้นก็ทำท่าจะตามเจ้านายเข้าไป เจ้าของบ้านจึงจำต้องหลีกทางให้แล้วเปิดประตูให้กับเอลิซาเบธอย่างเสียไม่ได้

คาซึระเข้าไปนั่งบนโซฟารับแขกด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม กินโทกินั้นทำอาชีพนักรับจ้างสารพัด ดังนั้นจึงมีโซฟาอยู่ชุดหนึ่งเพื่อรับแขก กินโทกิทิ้งตัวนั่งบนโซฟาด้านตรงข้ามเพื่อนรักอย่างเกียจคร้านพลางมองหน้าคาซึระและเอลิซาเบธสลับไปมาด้วยดวงตาเฉื่อยชาเหลือคณา

ใจคอจะไม่ชงน้ำชามารับแขกบ้างเลยรึไงกัน กินโทกิ หัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายผู้เป็นเพื่อนสนิทท้วงด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ต้องถอนใจเพราะพอจะรู้อยู่ว่าเพื่อนมีนิสัยอย่างไร

เฮ่ย ลูกผู้ชายน่ะเค้าไม่ดื่มน้ำชาเวลาคุยกันหรอก มันต้องคุยกันตัวๆแบบไม่มีอะไรขัดบทสนทนาสิถึงจะแจ่ม กินโทกิแก้ตัวน้ำขุ่นๆพลางใช้นิ้วเกาจมูกอย่างไร้มารยาท

วันนี้ฉันเป็นแขกนะ อุตส่าห์มาเพราะมีเรื่องจะจ้างแท้ๆ...กะว่าจะให้เงินมากซะด้วยสิ...แต่ถ้าแค่น้ำชายังไม่เอาออกมาเสิร์ฟล่ะก็ สงสัยต้องไปหาคนอื่นทำซะแล้วล่ะมั้ง พูดจบกินโทกิก็รีบไปชงน้ำชามาสองที่เพื่อเสิร์ฟให้กับเพื่อนรักและสัตว์เลี้ยงทันที

เชิญเลยครับท่าน นี่เป็นชาที่เลือกสรรมาอย่างดีที่สุดเลยขอรับกระผม กินโทกิพูดอย่างประจบประแจงพลางส่งถ้วยน้ำชาให้กับคาซึระและเอลิซาเบธซึ่งรับถ้วยไปดื่มด้วยท่าทางอย่างผู้ชนะ แต่แล้วทั้งคู่ก็ต้องเบ้หน้าเมื่อของเหลวสีเขียวที่กินโทกิชงมานั้นมีรสชาติหวานแสบคอ

ชาบ้านแกเหรอรสชาติแบบนี้น่ะ หวานหยั่งกะทำน้ำตาลหกลงไปซักกระสอบแบบนี้น่ะ คาซึระบ่นอย่างหัวเสียก่อนจะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะแรงๆในขณะที่เอลิซาเบธยังคงตั้งหน้าตั้งตาดื่มชาต่อไปไม่หยุด(ป้ายที่เอลิซาเบธเขียนนั้นเขียนคำหยาบด่ากินโทกิเอาไว้ด้วย)

เฮ่ย ไม่ถึงกระสอบน่า...แค่ใส่ลงไปเท่ากับโหลกาแฟโหลนึงเองนา กินโทกิพูดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะนั่งลงด้านตรงข้ามของคาซึระอีกครั้งแล้วคว้าถ้วยชาของคาซึระมาดื่มหน้าตาเฉย สมที่ขนานนามตัวเองว่า ราชาน้ำตาล เหลือเกิน กินโทกินั้นชอบกินของหวานมากจนระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไปจนใกล้จะเป็นเบาหวานอยู่แล้วแต่เจ้าตัวไม่เข็ดกลับยังกินแต่ของหวานๆอยู่ตลอดถ้าหากมีโอกาส

แกนี่น้า...จะเป็นเบาหวานอยู่รอมร่อยังจะยัดแต่ของหวานๆอยู่นั่นแหละ คาซึระบ่นอย่างปลงๆพร้อมกับมองดูกินโทกิดื่มน้ำชาสุดหวานนั่นด้วยสายตาทึ่งปนเอือมระอา เขารู้จักกินโทกิมาก็นาน ตั้งแต่สมัยที่ยังเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันในสงครามขับไล่ชาวสวรรค์...ในตอนนั้นเขาตั้งใจว่าจะขอคว้านท้องเพื่อตายเยี่ยงนักรบในวงล้อมศัตรู แต่ผู้ที่บอกให้เขาใช้ชีวิตต่อไปอย่างสวยงามนั้นก็คือกินโทกินี่เอง

กินโทกิไม่ค่อยจะเปลี่ยนไปจากสมัยก่อนนัก ยังชอบของหวานเหมือนเดิม ยังคงใช้ชีวิตตามใจชอบเหมือนวันเก่าๆ เชื่อมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแรงกล้า ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อรักษาจิตวิญญาณที่สวยงามของตนเองไว้ แม้จะดูหยิบโหย่งไร้สาระแต่ก็เป็นคนที่เข้มแข็งและมีจิตวิญญาณอันสวยงามกว่าใครๆ ทั้งฝีมือก็สูงส่งถึงขั้นถูกเรียกว่า [ชิโร่ยาฉะ] ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของกินโทกินั้นคงเป็นเรื่องทำตัวไร้สาระล่ะกระมัง...อ้อ...แล้วก็เรื่องที่ชอบกินของหวานๆมากเกินไปด้วย

เออ ว่าแต่แกบอกว่าจะมาจ้างฉันไม่ใช่เหรอ มีเรื่องอะไรล่ะซึระ กินโทกิถามพลางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเบาๆก่อนจะมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยแววตาเฉื่อยชาแต่ก็คาดหวังคำตอบเอาไว้เล็กๆ

ช่วยมาเป็นคนรักให้ฉันทีสิ

นิ่งอึ้งไปประมาณห้านาทีเต็มๆ ห้านาทีอันแสนสับสนนั่น กินโทกิพยายามจะดื่มชาต่อแต่ก็เผลอบีบถ้วยชาแตกคามือ ชาอุ่นๆเปื้อนเต็มมือ

เฮ้ย ซึระ นึกยังไงแกสารภาพรักกะฉันเนี่ย กินโทกิถาม น้ำเสียงออกจะสั่นเล็กน้อยไม่ใช่ด้วยความดีใจหรือตื่นเต้น แต่ว่าเป็นความตกใจต่างหาก

ไม่ใช่ซึระ คาซึระต่างหาก...แล้วแกจะบ้ารึไงเล่า ที่บอกให้มาเป็นคนรักน่ะแค่วันเดียวเฟ้ย พอดีมีคุณหนูคนนึงมาสารภาพรักกะฉัน ฉันก็เตือนแล้วเตือนอีกว่าหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายอย่างฉันน่ะมันรักใครไม่ได้ รังแต่จะทำให้คุณหนูเค้าลำบากเปล่าๆ ฉันก็เลยบอกปฏิเสธไปแต่คุณเธอก็ตื๊อไม่เลิก ฉันก็เลยเผลอพูดออกไปว่า...ฉันไม่ชอบผู้หญิง... คาซึระอธิบายพลางทำท่าหนักใจ

แล้ว...?

สรุปว่าฉันโกหกเธอคนนั้นไปว่าฉันเป็นเกย์

แล้ว---? คราวนี้กินโทกิลากเสียงยาวขึ้น

เธอคนนั้นก็ยังตื๊อไม่เลิก ฉันก็เลยโมโหจนเผลอตัวบอกไปว่าฉันมีคนรักแล้ว และก็เป็นผู้ชายด้วย เธอคนนั้นก็เลยโมโหกลับมาแล้วก็บอกว่าถ้าเกิดฉันมีคนรักเป็นผู้ชายจริงๆล่ะก็ให้พาไปให้เธอดูด้วย แล้วถ้าเกิดรักกันมาก สวีทหวานแหววกันสุดๆล่ะก็เธอคนนั้นจะยอมหลีกทางให้ หรือพูดง่ายๆก็คือถ้าแกกับฉันแกล้งทำเป็นว่ารักกันสุดๆล่ะก็คุณหนูคนนั้นจะต้องยอมจากไปแต่โดยดีแน่นอน คาซึระอธิบาย ดูเขาจะขัดเขินเล็กน้อยผิดกับทุกทีที่จะเยือกเย็นไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม มันก็น่าเขินอยู่หรอกที่มาขอร้องเรื่องแปลกๆแบบนี้

สรุปว่าแกอยากจะให้ฉันช่วยทำตัวเป็นคนรักแกงั้นสิ กินโทกิถามด้วยน้ำเสียงประหลาด พร้อมกับแกล้งทำหน้าเหมือนกับขยะแขยงอะไรบางอย่างอยู่แบบสุดๆ คาซึระพยักหน้าช้าๆ...ใจจริงเขาก็ไม่อยากไหว้วานกินโทกิกับเรื่องแบบนี้หรอก แต่ว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะไปหาผู้ชายหน้าตาดีๆหน่อยมาจากไหน แล้วพวกในกลุ่มต่อต้านชาวสวรรค์ก็มีแต่คนที่เกรงใจเขาจนไม่กล้ามาทำตัวตีเสมออีกต่างหาก ดังนั้นถ้าเลือกคนที่พอจะสนิทสนมกันบ้างล่ะก็คงจะพอถูไถไปแบบเนียนๆได้

ขอบายว่ะ ใจคอจะให้ฉันทำตัวอี๋อ๋อกับแกทั้งๆที่ฉันไม่ได้ชอบผู้ชายเนี่ยนะ ไม่นึกแหยงมั่งรึไงล่ะน่ะ กินโทกิพูดด้วยสีหน้าเฉื่อยชาเช่นเดิม แต่คราวนี้ติดออกจะลำบากใจเล็กๆด้วย

นึกว่าฉันอยากรึไงวะกินโทกิ ที่จะวานให้แกทำน่ะก็เพื่อไล่คุณหนูคนนั้นไปให้พ้นๆต่างหากเล่า ฉันเองก็แหยงไม่แพ้แกนั่นล่ะน่า แต่แกก็คิดซะว่าช่วยเพื่อนละกันนะ แล้วยังไงแกก็ได้กำไรอยู่ดีนั่นแหละเพราะครั้งนี้ฉันจะจ่ายเงินให้อย่างงามเลย คาซึระพูดอย่างรำคาญใจ ขณะที่กินโทกินั้นกำลังนั่งพิจารณาอะไรบางอย่างอยู่ เห็นดังนั้นคาซึระก็พอจะเดาออกแล้วว่ากินโทกิกำลังลังเลว่า จะรับ หรือ ไม่รับ งานนี้อยู่ เพื่อตัดความลังเลซะ คาซึระจึงลุกจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปหากินโทกิ ขณะที่กำลังยืนอยู่หัวหน้ากลุ่มต่อต้านชาวสวรรค์ก็ก้มลงกระซิบเบาๆที่ข้างหูของกินโทกิว่า

น่า...งานนี้ไม่หนักเหมือนตอนไปช่วยเอลิซาเบธจากพวกรัฐบาล...เพราะงั้นคงจะคิดได้สินะ...ว่าไอ้บัตรกินของหวานฟรีหนึ่งปีถ้าให้แกตอนนี้น่ะ คุ้มค่าขนาดไหน... คาซึระเกลี้ยกล่อม ซึ่งเขาก็ยิ้มแก้มปริอย่างผู้มีชัยเมื่อกินโทกินยอมตกลงอย่างง่ายดายภายในห้าวินาทีต่อมา

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

สาวน้อยอายุประมาณสิบหกปีหน้าตาน่ารักราวไอด้อลชื่อดังกำลังยืนอยู่หน้าคอฟฟี่ช็อปร้านหนึ่งด้วยท่าทางราวกับกำลังรอใครสักคนอยู่ เธอยืนดูนาฬิกาข้อมือถี่ๆอย่างร้อนรน ชุดกิโมโนที่เธอนุ่งออกมานี้เกะกะและไม่คุ้นชินนัก แต่เธอก็จะทนเพื่อที่จะได้พิสูจน์ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลยว่าคนที่รออยู่นั้นเขานั้นมีคนรักแล้วจริงหรือเปล่า เธอคิดเรื่องอะไรเรื่อยเปื่อยระหว่างที่รอเขาคนนั้น แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเป็นเพลงยอดฮิตของไอด้อลสาวนามเทราคาโดะ ซือ

อย่างนั้นแล้ว...นายยังเป็นคนอยู่อีกเร้อ...แม่นายเป็นคนยังไงกัน ถ้าไม่เลิกงี่เง่าแม่จะฉับไฝนั่นให้กระเด็น... เธอมัวฟังท่อนฮุกอยู่จนจบเพราะดูจากชื่อสายเรียกเข้าแล้วเป็นชื่อเพื่อนสุดซี้ของเธอนั่นเอง เธอจึงไม่ค่อยจะกระตือรือร้นนักเพราะเพื่อนซี้ของเธอคนนี้รู้ดีว่าเธอชอบเพลงนี้มากแค่ไหน...แต่ก็เฉพาะเวลาที่อยู่ ที่นี่ น่ะนะ......

ว่าไง มีอะไรเหรอ...........อืมม์...........ไม่พลาดหรอกน่า..............เชื่อมือเขาเถอะ................คิดว่ากำลังพูดอยู่กับใครเนี่ย....เขาน่ะฝีมือระดับนี้แล้วน่ะ...เออ แค่นี้ก่อนนะ คุณคาซึระมาแล้ว เธอรีบตัดสายเพื่อนซี้ของเธอไปเพราะว่าคนที่เธอรอมาถึงแล้ว เขาคนนั้นก็คือคาซึระ โคทาโร่นั่นเอง แต่ไม่ได้มีมาคนเดียว...เขาเดินควงแขนชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผมสีเงินอีกคนมาด้วยพร้อมกับท่าทางเขินอายเล็กๆ

ขอโทษที่ให้รอนะ คุณหนูทามากิชิ คาซึระเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน ใบหน้าของหัวหน้ากลุ่มต่อต้านชาวสวรรค์เป็นสีชมพูระเรื่อเมื่อเขากระชับกอดแขนของชายหนุ่มผมเงินที่มาด้วยกันให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ท่าทางขัดเขินนั้นดูน่ารักดีไม่หยอก...ในสายตาของหนุ่มผมเงิน...กินโทกินั่นเอง...

ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเองก็เพิ่งจะมาได้สักครู่เดียวเองค่ะ... จะว่าไป...คนผู้นี้นี่เหรอคะ คนรักของท่านคาซึระ... เธอผู้ซึ่งมารอคาซึระนั้นถามพลางมองกินโทกิด้วยสายตาใคร่รู้ ก่อนจะโค้งศีรษะน้อยๆพร้อมกับแนะนำตัว

ดิฉันชื่อคุมิสึค่ะ ทามากิชิ คุมิสึ...ยินดีที่ได้รู้จักแล้วก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ เธอกล่าวอย่างคล่องแคล่ว สำเนียงนั้นฟังดูน่ารักจนได้ฟังแล้วก็แทบละลาย

กินโทกิ... ซากาตะ กินโทกิ ยินดีที่ได้รู้จักนะ...คุณหนู กินโทกิกล่าวแนะนำตัวสั้นๆพลางพิจารณาเด็กสาวนามคุมิสึอย่างถี่ถ้วน เธอคนนี้มีผมดำ หน้าตาหรือก็น่ารักไม่หยอกทีเดียว ซ้ำยังใส่แว่นอีกต่างหาก...จากมาตรฐานที่เขาเคยตั้งเอาไว้ว่า สาวงามระดับ7เต็ม10คะแนนนั้นหากใส่ชุดพยาบาลจะได้คะแนนเพิ่มอีกสามคะแนนนั้นทำให้เด็กสาวนามคุมิสึคนนี้ได้คะแนนเกินสิบไปอย่างง่ายดาย

เอาล่ะ...เราก็...มาเริ่ม...เดทกันเถอะนะ...กะ...กินจัง... กินโทกิพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้เต็มที่เมื่อได้ยินคาซึระเรียกเขาว่า กินจัง ฝ่ายคาซึระนั้นอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีเพราะต้องมาทำตัวสวีทหวานแหววกับกินโทกิทั้งที่ก็ไม่ได้เต็มใจเท่าไหร่...เขาไม่น่าไปหลอกคุมิสึว่าเขาเป็นเกย์เลย...

คาซึระเขินแทบตายจนต้องทำฟอร์มไปดันหลังกินโทกิให้เข้าไปในคอฟฟี่ช็อปทั้งๆที่เขาต้องการเพียงแค่จะไม่เห็นสีหน้าเยาะเย้ยเล็กๆของกินโทกิและไม่อยากเผชิญหน้าคุมิสึเท่านั้น เขารู้สึกขายหน้าที่ตนผู้ซึ่งเป็นถึงหัวหน้ากลุ่มต่อต้านชาวสวรรค์ต้องมาทำอะไรน่าอายต่อหน้าหญิงสาวแบบนี้ เขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าไอ้ท่าทางที่เขาแสดงออกมานั้นต่อหน้าของคุมิสึแล้วมันเหมือนกับเด็กสาวมัธยมปลายออกเดทครั้งแรกทั้งที่มีเพื่อนตามไปแซวด้วยยังไงยังงั้น

ทั้งสามเดินไปนั่งยังโต๊ะเล็กๆที่อยู่มุมในสุดซึ่งคาซึระเป็นคนเลือก บริกรชายคนหนึ่งเดินเข้ามารับออเดอร์จากทั้งสาม กินโทกิสั่งช็อกโกแลตพาเฟ่ต์ คาซึระสั่งชาเย็น(ชาเขียวโออิชิรสข้าวญี่ปุ่น คนแต่งชอบมาก) ส่วนคุมิสึสั่งน้ำเมล่อนสด100% สรุปว่าเข้ามาในคอฟฟี่ช็อป...แต่ทั้งสามกลับไม่มีใครสั่งสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกาแฟสักคน เมื่อบริกรมาเสิร์ฟบรรดาของที่สั่งคาซึระก็ให้รู้สึกสังเวชใจเล็กน้อยที่ของกินของกินโทกินั้นดูหน่อมแน้มยังไงชอบกล

แล้วคาซึระก็พลันนึกได้ว่าเขากับกินโทกิวางแผนกันว่าจะต้องสวีทหวานแหววให้มันสุดยอดจนคุณหนูทามากิชิยอมแพ้ไปเองเลย คาซึระเห็นกินโทกิกำลังจะลงมือทานพาเฟ่ต์ก็หยิกที่หลังของกินโทกิเบาๆจนชายหนุ่มผมเงินต้องหันมามองด้วยสีหน้ารำคาญใจ หนุ่มผมยาวขยิบตาส่งสัญญาณให้เพื่อนหนุ่มร่างสูงอย่างระมัดระวัง ต้องใช้เวลาอยู่นานพักหนึ่งเลยทีเดียวกว่ากินโทกิจะนึกออกว่าพวกเขาวางแผนกันไว้อย่างไร

กินโทกิปล่อยมือออกจากช้อน เขาเอื้อมมือไปโอบไหล่คาซึระด้วยท่าทางที่(พยายามทำให้ดูเหมือน)รักใคร่แน่นแฟ้นสุดๆ คาซึระออกจะเขินเล็กน้อยแต่เขาก็ยังทำมารยาถามออกไปว่า

มีอะไรเหรอ กินจัง

นี่...คัทจัง...ช่วยป้อนหน่อยสิ กินโทกิพยายามทำน้ำเสียงให้กระแดะสุดๆ คาซึระนึกขำแต่ก็ไม่ได้หัวเราะออกไป ที่จริงก็อยากบอกกินโทกิใจจะขาดว่า ฉันชื่อคาซึระ ไม่ใช่คัทจัง แต่ก็ต้องอดทนเพื่อให้เด็กสาวคนนี้ไปให้พ้นจากชีวิต

แหม คุณทั้งสองคนรักกันดีเหลือเกินนะคะ แต่ทว่าดูเหมือนคุณกินโทกิจะดูไร้ชีวิตชีวาและดูจืดชืดไปสักเล็กน้อยนะคะ คุมิสึทักด้วยท่าทางยิ้มแย้ม ถ้าเห็นท่าทางของเธอตอนนี้แล้วไม่บอกว่าเธอชอบคาซึระล่ะก็คงไม่รู้แน่นอน เพราะท่าทางของเธอตอนที่กำลังยิ้มแย้มและดื่มน้ำเมล่อน100%นั้นดูเหมือนน้องสาวมานั่งดูพี่ชายกับแฟนเดทกันเสียมากกว่า

ครับ...แต่ที่ดูจืดชืดคงเพราะว่ากินโท...กินจังหน้าตายล่ะมั้งครับ คาซึระว่าพลางฝืนยิ้มอ่อนโยน เขาตักช็อกโกแลตพาเฟ่ต์ป้อนกินโทกิด้วยท่าทางอย่างกับ(พยายามทำให้เหมือน)คนรักกันปานจะกลืน

แหม ก็มีคนน่ารักๆอย่างคุณหนูมานั่งอยู่ตอนพวกเราเดทกัน มันก็ต้องเขินกันเป็นธรรมดา กินโทกิพูดทั้งที่ช็อกโกแลตเปื้อนปาก คุมิสึหัวเราะอย่างมีจริตแต่ก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูผิดกับผู้หญิงคนอื่น

เช่นนั้นหรือคะ มองว่าดิฉันน่ารักหรือคะเนี่ย...ดิฉันต้องขอบคุณจริงๆนะคะ แต่ว่าเรื่องการเดทของคุณทั้งสองนั้นดิฉันต้องขออภัยจริงๆค่ะเพราะดิฉันคงไม่อาจตัดใจได้แน่นอนหากไม่ได้รับทราบกับตัวว่าท่านคาซึระมีคนรักแล้ว...เห็นพวกคุณสองคนคบกันแบบนี้ก็คงต้องตัดใจสินะคะ แต่ว่าดิฉันนั้นช่างตื๊อค่ะ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาทำทุกวิธีให้ดิฉันเห็นว่าพวกคุณรักกันมากจนสมควรครองคู่อยู่ต่อไปด้วยเถอะนะคะ เพราะหากพวกคุณทั้งสองไม่ได้รักกันมากในระดับที่ดิฉันหวังล่ะก็ดิฉันคงไม่อาจตัดใจจากท่านคาซึระได้แน่นอนค่ะ คุมิสึพูดยืดยาว คำพูดที่ออกมานั้นฟังดูจริงจังและมั่นคงมากจนกินโทกินึกทึ่ง เขาอดเสียดายแทนคาซึระไม่ได้ที่เด็กน่ารักและมั่นคงขนาดนี้มาหลงรักแต่กลับทิ้งไปซะได้

วันนี้ช่วงเที่ยงพวกคุณทั้งสองคนจะไปเดทกันที่ไหนหรือคะ คุมิสึถาม กินโทกิกับคาซึระมองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนที่หนุ่มผมยาวจะตัดสินใจพูดออกไปว่า

ไปเดทที่สวนสาธารณะครับ คาซึระกล่าว ขณะที่ในใจลึกๆของกินโทกินั้นไม่เห็นด้วยอย่างแรง

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

แสงแดดยามเที่ยงส่องตรงกลางศีรษะของเด็กสาวน้อยคนหนึ่งที่กำลังนั่งเล่นในสวนสาธารณะอย่างโหดร้าย แต่เธอก็ไม่ยี่หระเพราะว่าแดดที่ควรจะส่องกลางศีรษะของเธอนั้นถูกบดบังด้วยร่มคันใหญ่ที่เธอถืออยู่ไปจนหมด เด็กสาวกำลังนั่งกินบ๊วยแผ่นสุดเปรี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยพลางมองสุนัขขนฟูสีขาวร่างยักษ์ที่กำลังไล่งับหัวเด็กกวนประสาทแถวนั้นซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงของเธอด้วยท่าทางสำราญใจ

ซาดะฮารุ กลับกังลีกว่า ป่านนี้อากินจังตื่นเลี้ยวล่ะม้าง เด็กสาวพูดกับสุนัขขนฟูสีขาวร่างยักษ์ มันเลิกงับหัวเด็กกวนประสาทแถวนั้นแล้วเดินตามหลังเด็กสาวต้อยๆอย่างเชื่อฟัง เด็กสาวน้อยคนนี้ก็คือยัยหนูหมวยที่กินโทกินึกถึงเมื่อเช้า คางุระ นั่นเอง เธอเป็นหนึ่งในเผ่าทรงพลัง[ยาโตะ]ที่เหลือรอดจากมหาสงครามมาได้ดังนั้นเธอจึงมีกำลังช้างสารผิดกับรูปร่างผอมเล็กของเธอ แถมเธอนั้นยังพ่วงด้วยความอยากอาหารมากมายผิดกับรูปร่างอีกเช่นกัน ส่วนซาดะฮารุนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงของเธอซึ่งมีมิโกะฝาแฝดสองคนนำมาทิ้งเอาไว้ที่หน้าบ้านของกินโทกิ

ขณะที่เธอกำลังจะเดินกลับพลันเธอก็เหลือบไปเห็นที่ทางเท้าฝั่งตรงข้าม...กินโทกิกับคาซึระกำลังเดินควงแขนกันอย่างคนรักแถมบรรยากาศยังหวานแหววน้ำตาลหกมดขึ้นสุดๆและยังมีสาวนางหนึ่งเดินตามหลังต้อยๆมาด้วย เธอรู้สึกแปลกใจมากเพราะปกติกินโทกิกับคาซึระนั้นมักจะเถียงกันเสียมากกว่า เธอกะว่าจะข้ามไปหาทั้งสองคนเสียหน่อยแต่ก็ถูกใครบางคนดึงร่างเอาไว้จนเธอเซล้มเข้าไปในพุ่มไม้ข้างถนน ส่วนซาดะฮารุนั้นก็ตามเธอเข้าไปด้วย

คางุระจัง เงียบไว้ก่อนนะ ผู้ที่ดึงตัวคางุระเอาไว้ก็คือชิมุระ ชินปาจิ ตัวละครสุดจืดจางใส่แว่นที่กินโทกินึกถึงอีกคนเมื่อเช้านี้ เนื่องจากว่าเป็นตัวละครจืดจางเราจึงไม่ขอแนะนำความเป็นมาก็แล้วกัน(ชินปาจิ: เฮ้ย ไหงงี้ฟะ!!??!!)

ไอ้โน่นมันอะไรกันน่ะอาชินปาจิ อากินจังเป็งอารายไปแล้วน่ะถึงได้เดินมากะอาคาซึระแบบนั้น คางุระกระซิบถาม ซาดะฮารุซึ่งมุดเข้ามาได้แต่หัวนั้นกำลังพยายามซ่อนส่วนตัวของตัวเองเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

ผมก็ไม่ทราบสิ แต่ว่าไอ้ท่าทางแบบนั้นมันอาจจะเป็น...แบบว่า...ทั้งคู่อาจจะกำลังคบกันอยู่ก็ได้... หนุ่มแว่นพูด คางุระใช้เวลานิดหน่อยที่จะทำความเข้าใจว่าสิ่งที่ชินปาจิพูดนั้นคืออะไร แล้วอีกสักครู่ต่อมาคางุระก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนหัวเราะหุๆออกมาอย่างสะใจ

กลับกังเถอะอาชินปาจิ ผู้ชายเองก็ต้องมีวันที่อยากลองของแปลกกังทั้งนั้นแหละน่อ แถมอากินจังก็คงถึงวัยแล้วด้วยล่ะน่อ...เอ้า อาชินปาจิ ซาดะฮารุ...กลับกังเถอะ คางุระว่าก่อนค่อยๆย่องออกมาจากพุ่มไม้ ตามด้วยซาดะฮารุและชินปาจิที่ข้องใจอย่างแรงกับภาพที่เห็น

เดี๋ยวสิคางุระจัง อย่าพูดอะไรส่อแบบนั้นซี่ แล้วไอ้ลองของแปลกนั่นมันอะไรน่ะ ที่พูดน่ะหมายความว่าคุณกินน่ะเป็นเกย์เหรอ แล้วไอ้ที่พูดน่ะมันเหมาะกับเด็กแล้วเหรอคางุระจางงงงง

อ๊ะ นั่นมันอาเจ๊โอซือนี่นา คางุระรำคาญจึงแกล้งชี้นิ้วมั่วส่งไป แต่ชินปาจิกลับเชื่อ

โอซือจัง ขอลายเซ็นหน่อยคร้าบ!!!~~~ ในที่สุดคางุระก็กำจัดเสียงน่ารำคาญของชินปาจิไปจนได้

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เวลาล่วงเลยไปผ่านไป กินโทกิกับคาซึระนั้นแสดงละครว่ารักกันได้อย่างแนบเนียนจนคุมิสึเชื่อสนิทใจ ที่ว่าเนียนมากเพราะทั้งคู่อุตส่าห์เอาใจใส่กันแทบเป็นแทบตายทั้งที่เคยแย่งรางวัลประกวดสัตว์เลี้ยงสุดแปลกกันมาอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน วันนี้ไม่ว่าจะไปไหนก็ตามกินโทกิก็จะนึกถึงคาซึระก่อนเสมอ คาซึระก็เช่นกัน ไม่ว่าจะทานข้าว ขนมหรือว่าน้ำ เขาก็จะป้อนกินโทกิเสมอ(ซึ่งกินโทกิคิดว่าไอ้การที่ไม่ต้องตักเองนี่มันยอดมากเลย) ฝ่ายกินโทกิเวลาไปซื้อของกันเขาก็จะถือให้คาซึระและออกเงินให้คาซึระด้วย(คาซึระแอบสะใจเล็กๆแต่ว่ากินโทกิเริ่มเครียดจัดเพราะปริมาณเงินในกระเป๋าที่ลดลงฮวบฮาบภายในไม่กี่นาที)

ช่วงหัวค่ำพวกเขาก็ไปดูหนังฟอร์มยักษ์เรื่องใหม่ที่เพิ่งเข้าโรง ชื่อเรื่องก็คือ จรวดเครื่องปิ้งขนมปังกับลำแสงมรณะ (ขอยกเครดิตเรื่องนี้ให้เกมThe simsภาคStudio Townเน้อ)ซึ่งมีดาราดังสุดยอดหลายคนร่วมแสดงด้วย เป็นเรื่องเกี่ยวกับจรวดที่ทำจากเครื่องปิ้งขนมปังที่ต้องออกนอกโลกเพื่อไปหยุดลำแสงมรณะที่กำลังจะยิงมาจากดาวอังคาร แม้จะเป็นหนังฟอร์มยักษ์แต่มันก็ไม่ได้ประทับใจกินโทกิกับคาซึระเท่าไหร่ ดูจะตรงข้ามกับคุมิสึที่นั่งเชียร์พระเอกกับเพื่อนพระเอกอย่างออกนอกหน้า นางเอกของเรื่องนั้นดูจะตกกระป๋องในสายตาของคุมิสึ

นอกจากเรื่อง จรวดเครื่องปิ้งขนมปังกับลำแสงมรณะ แล้วพวกเขาก็ยังดูมาราธอนต่อไปอีกประมาณ3-4เรื่อง คุมิสึนั้นดูง่วงนอนอย่างเห็นได้ชัดแต่เธอก็ไม่ยอมกลับ เพราะเรื่องที่ดูต่อนั้นก็คือเรื่อง Death Note และ Death Note: The Last Name คุมิสึดูจะไม่พอใจพระเอกอย่างมากด้วยว่าไม่หล่อ แต่เธอก็ยังคงดูต่อไปจนถึงหนังเรื่องอื่นๆในขณะที่กินโทกิกับคาซึระนั้นนั่งเซ็งอย่างแรง...ดูเหมือนว่ากินโทกิจะอยากดูเรื่อง เอเลี่ยนvsยากูซ่า มากกว่า...

เมื่อหนังจบ คุมิสึก็ขอไปส่งกินโทกิกับคาซึระที่บ้าน ทั้งคู่ลังเลใจอยู่เพราะว่าการจะให้หญิงสาวเป็นฝ่ายมาส่งนั้นก็ออกจะดูแปลกๆอยู่ แต่คุมิสึก็ส่ายหน้าแสดงอาการว่าไม่เป็นไร

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวดิฉันโทรบอกเพื่อนของดิฉันให้มารับไปส่งที่บ้านก็ได้ค่ะ เมื่อพูดดังนั้นแล้วหัวหน้าหนุ่มแห่งกลุ่มต่อต้านชาวสวรรค์กับเจ้าของร้านรับจ้างสารพัดก็จำต้องยอมให้เธอคนนี้ไปส่งที่บ้าน พวกเขากระซิบกระซาบกันบอกว่าจะให้กลับไปยังบ้านของกินโทกิเพราะว่าจะให้ไปยังที่พักของคนที่รัฐบาลต้องการตัวอย่างคาซึระนั้นมันก็กระไรอยู่

เมื่อมาถึงที่หน้าบ้านของกินโทกิแล้ว คุมิสึก็กล่าวคำอำลากับทั้งสองคนอย่างเป็นมิตรเช่นที่เป็นมาทั้งวัน วันนี้เธอรู้สึกสนุกจากใจจริงๆ

ขอบคุณจริงๆนะคะที่อุตส่าห์ให้คนอย่างดิฉันรบกวนการเดท เห็นคุณทั้งสองมีความสุขกันดิฉันก็ดีใจค่ะ ดิฉันคงจะตัดใจจากท่านคาซึระได้ในอีกไม่ช้านี้ล่ะคะ นี่ก็ดึกมาแล้วดิฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ ขอให้พวกคุณทั้งสองคนรักกันไปนานๆนะคะ ลาก่อนค่ะ เธอกล่าวลาพร้อมกับยิ้มอ่อนโยนแล้วโบกมือน้อยๆด้วยท่าทางอย่างกุลสตรีญี่ปุ่นที่หาได้ยากในยุคที่เอโดะถูกชาวสวรรค์ครองอำนาจแบบนี้ กินโทกิโบกมือลาตอบขณะที่คาซึระนั้นยิ้มส่งเธอด้วยสายตาเหมือนกับสงสาร...

ซึระ...ไหงปล่อยผู้หญิงดีๆแบบนั้นหลุดมือไปวะ นี่ถ้าแกไม่ขอร้องให้ช่วยเป็นคนรักปลอมๆของแกล่ะก็ฉันจีบคุณหนูนั่นไปแล้วนา กินโทกิพูดขึ้นเมื่อคุมิสึลับสายตาไปแล้วพลางรูดประตูบ้านเปิดออก นี่ก็ดึกมากแล้วแต่ไฟตรงทางเข้ายังเปิดอยู่นั่นก็หมายความว่าชินปาจิเปิดไฟทิ้งไว้รอเขานั่นเอง ชายหนุ่มผมเงินเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับทำท่าบุ้ยใบ้บอกให้คาซึระเข้ามาด้วย

ฉันชื่อคาซึระ ไม่ใช่ซึระ...บอกกี่หนแล้ววะ...ช่างเหอะ...ที่จริงฉันว่าคุณหนูทามากิชิเองก็มีคุณสมบัติเพียบพร้อมดีหรอก...แต่ว่าฉันไม่ได้ชอบคุณหนูคนนั้น...แถมฉันเองก็คิดว่าคงไม่มีประโยชน์หากจะคบกับเธออย่างคนรักแล้วต้องลากเธอเข้ามาอยู่ในอันตรายด้วย...ไหนจะอันตรายจากทั้งพวกก่อการร้ายด้วยกันเองแล้วไหนจะจากพวกชินเซ็นกุมิอีกล่ะ ท่าทางคุณหนูขนาดนั้นคงทำใจไม่ได้หรอกนะที่จะต้องมาตกอยู่ในวังวนนี้ ต้องมาเป็นคนรักของหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายน่ะ... คาซึระพูดพลางเดินตามกินโทกิเข้ามาในบ้าน เขานั่งลงที่โซฟาพร้อมกับเงียบเสียงไป

ช่วงวินาทีที่ไร้ซึ่งเสียงสำเนียงใดๆเล็ดลอดออกมานั้น กินโทกิคิดว่าเขาเข้าใจความรู้สึกของคาซึระ ชายผู้ซึ่งเคยทำสงครามต่อต้านชาวสวรรค์ซึ่งเป็นมนุษย์ต่างดาวนั้นเมื่อกลับจากสมรภูมิรบก็ได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษ แต่เมื่อพวกบาคุฟุงี่เง่ายอมรับชาวสวรรค์และยอมให้พวกชาวสวรรค์กระทำการตามอำเภอใจ เหล่าซามูไรถูกริบดาบและยศถาบรรดาศักดิ์ ซามูไรจำนวนมากไร้งานไร้ที่อยู่ ซึ่งจากเหตุดังกล่าวทำให้ชายผู้ซึ่งถูกเรียกเป็น[วีรบุรุษ]เช่นคาซึระนั้นกลับกลายเป็นอาชญากรไปในทันใด ตรงจุดนี้เองที่คาซึระคงจะรู้สึกเจ็บปวดใจ ทั้งที่รักประเทศมากขนาดนี้แท้ๆ...ทั้งที่รักมันมากกว่าใครแท้ๆ...แต่กลับกลายเป็นว่าเขาถูกตราหน้าเป็นอาชญากรหัวรุนแรงไปเสียอย่างนั้น

เฮ้อ...มันก็จริงของแกน่ะนะ คงไม่มีผู้หญิงคนไหนเขาอยากจะต้องเสี่ยงชีวิตอยู่กับแกหรอกนะ แต่ก็ไม่แน่...อาจจะเว้นอิคุมัตสึสักคนนึงล่ะมั้ง? กินโทกิกระเซ้าเพื่อนเล่น อิคุมัตสึนั้นเป็นเจ้าของร้านขายราเม็งซึ่งคาซึระเคยไปซ่อนตัวจากพวกชินเซ็นกุมิที่นั่นพักหนึ่ง เขารู้ว่าคาซึระไม่ได้คิดอะไรกับอิคุมัตสึแต่มันก็อดแซวเล่นไม่ได้นี่นา...

เล่นของสูงนะแก ท่านอิคุมัตสึน่ะไม่ค่อยชอบพวกกลุ่มก่อการร้ายซักเท่าไหร่ ถึงจะเว้นกลุ่มฉันไว้สักกลุ่มก็เถอะ หัวหน้าหนุ่มแห่งกลุ่มต่อต้านชาวสวรรค์กล่าวอย่างไม่ค่อยพอใจ เขาลุกจากโซฟาก่อนจะเดินไปที่ทางออก

จะไปไหนล่ะน่ะ เจ้าของบ้านถาม

กลับน่ะสิ อ้อ...จริงสิ ยังไม่ได้จ่ายเงินเลยนี่นา...เอ้านี่...เงินค่าตอบแทน ขอบใจมากที่อุตส่าห์ช่วยเป็นคนรักปลอมๆให้วันนึงเต็มๆน่ะ คาซึระเดินย้อนกลับมาพร้อมกับมอบเงินจำนวนมากโขอยู่ให้กับกินโทกิ เขารับมันไว้พลางมองหน้าเพื่อนหน้าสวยของตนอย่างยากจะหยั่งความรู้สึกได้

นี่มันก็ห้าทุ่มกว่าเข้าไปแล้วนา...ไงๆก็...นอนที่นี่เหอะ... ปากไม่ชวนเปล่า เขาเดินอ้อมไปด้านหลังพลางผลักหลังคาซึระเบาๆให้ไปตามทางที่ตนต้องการ กินโทกิดันหลังเพื่อนมาจนถึงบริเวณหน้าห้องอาบน้ำ เจ้าของบ้านเดินไปคว้าเอาผ้าขนหนูผืนนุ่มแล้วส่งให้กับหัวหน้าหนุ่มแห่งกองกำลังต่อต้านชาวสวรรค์ซึ่งรับมาอย่างงงๆ

ชุดอยู่ในตู้ตรงโน้น ใช้ชุดของฉันไปก่อนก็ได้ แกคงไม่ได้เอาชุดมาด้วยหรอกนะ...จะว่าไปทำไมวันนี้ตอนซื้อของแกถึงไม่ซื้อเสื้อผ้ามาน้า...ลำบากฉันอีก ชายหนุ่มผมเงินบ่นอุบพลางหยิบผ้าขนหนูอีกผืนพร้อมกับชุดนอนของตัวเองออกมาก่อนจะเดินไปยังทางออก

จะไปไหนน่ะ คาซึระถาม เขาตกลงว่าจะพักที่นี่สักคืนแล้ว เขาเองก็เหนื่อยมาทั้งวันซ้ำยังรู้สึกเกียจคร้านเกินกว่าจะกลับไปยังที่พักของตนได้...คงต้องทิ้งให้เอลิซาเบธอยู่คน(?)เดียวสักคืนล่ะ

จะไปขอยืมห้องน้ำป้าแก่ข้างล่างอาบอ่ะดิ ฉันเองก็เหนียวตัวแทบแย่นะเฟ้ย กินโทกิว่าก่อนจะเดินจากไป ทิ่งให้คาซึระอยู่ตามลำพังในบ้านที่คนอีกสองคนกับสุนัข(ตัวใหญ่ยักษ์หยั่งก๊ะกินคนมาทั้งชาติ)อีกหนึ่งตัวกำลังหลับอยู่ เขาเองไม่ได้ใส่ใจกินโทกิมากนักจึงเดินเข้าไปอาบน้ำตามที่กินโทกิหวังอย่างว่าง่าย

ฝ่ายกินโทกิเมื่อออกมาจากห้องก็เจอสาวน้อยแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสบายๆตามสมัยนิยมกำลังยืนอยู่ที่หน้าบ้าน เธอคนนี้มีหน้าตาที่ค่อนข้างธรรมดาไม่สวยแต่ก็ไม่ใช่ถึงกับดูไม่ได้ เมื่อเธอคนนี้เห็นเขาเข้าก็ยิ้มหน้าบานราวกับถูกลอตเตอรี่ก็ไม่ปาน

คุณซากาตะ กินโทกิใช่มั้ยคะ เธอคนนี้ถามอย่างสุภาพ ท่าทางดูดัดจริตยังไงชอบกล

ใช่ มีอะไรเหรอคุณหนู กินโทกิถามพลางหาว เขาเองแม้จะหน้าตาดีแต่ก็ไม่ค่อยจะ...ใส่ใจมารยาทยามเมื่อแรกพบสักเท่าไหร่...นี่คงเป็นอีกสาเหตุล่ะมั้งที่ไม่มีสาวๆมาเหลียวแลเขาเลยทั้งที่เขาหน้าตาดีออกอย่างนี้...จะมีก็เพียงซัทจังซึ่งเป็นคุโนะอิจิสาวผู้เป็นมาโซคิสม์เท่านั้นที่มาหลงรักเขาอย่างหัวปักหัวปำ แต่น่าเสียดายที่กินโทกิไม่ได้มีรสนิยมซาดิสม์และไม่ได้ชอบคุโนะอิจิด้วย...เขาชอบสาวพยาบาลต่างหากเล่า...

อ๊ะ ขอโทษค่ะลืมแนะนำตัวไปเลย ฉันชื่ออาคารินะค่ะ อาคารินะ ฮิงามิ...เป็นเพื่อนของคุมิสึที่คุณกินจัง...ขอเรียกแบบนี้นะคะ...เอ่อ...คุณกินจังกับคุณคาซึระพาไปดูการเดทไงล่ะคะ คือว่าที่ฉันมานี่ก็คือจะเอาช็อคโกแลตทำเองมาให้น่ะค่ะ

ช็อกโกแลตทำเอง? นี่มันไม่ใช่วาเลนไทน์สักหน่อยนี่นา กินโทกิทวนคำอย่างฉงน พลางมองใบหน้าที่ยิ้มแย้มเกินปกติของเด็กสาวผู้มาเยือนไม่วางตา

ถึงจะบอกว่าทำเอง แต่ว่ามันก็เป็นของที่ทำแล้วเหลือชุดสุดท้ายที่ร้านน่ะค่ะ ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันตั้งใจทำชุดนี้ให้กับคุมิสึเพื่อให้เอามันมาให้พวกคุณวันนี้น่ะค่ะ แต่ว่ายัยคุมิจี้...เอ่อ...คุมิสึน่ะดันลืมน่ะสิคะ ฉันก็เลยต้องเก็บเอาไว้ก่อน อ้อ ต้องรีบแล้วล่ะค่ะ ยังไงก็กรุณาทานให้หมดนะคะ ฉันทำเป็นพิเศษจากโกโก้ชั้นดีเลยนะคะ นมที่ใช้ใส่ก็ชั้นเยี่ยมด้วยค่ะเพราะงั้นมันก็เลยมีแค่สี่ชิ้นเอง อาคารินะว่าพลางยัดเยียดกล่องช็อกโกแลตที่ดูจุ๋มจิ๋มน่ารักแบบเด็กผู้หญิงให้กับชายหนุ่มผมเงิน กินโทกิมองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวขอบคุณแก่เด็กสาว เธอยิ้มอย่างร่าเริงพลางเดินจากไปอย่างเร่งรีบ

สี่ชิ้นเองเหรอ... กินโทกิพึมพำ แล้วเขาก็เปิดกล่องช็อกโกแลตพลางกินมันอย่างเพลิดเพลินจนหมดอย่างรวดเร็วทั้งๆที่ยังเดินไปไม่ถึงเคาน์เตอร์เก็บเงินของคุณโอโทเซะ (ป้าแก่นั่นแหละ) เลยด้วยซ้ำ

อาคารินะที่กำลังเดินอยู่บนถนนในย่านคาบุกิโจนั้นกำลังยิ้มระรื่นอย่างมีความสุข ท่าทางไม่ดัดจริตเหมือนเช่นตอนคุยกับกินโทกิเมื่อครู่ รอยยิ้มของเธอช่างเจ้าเล่ห์นัก...เจ้าเล่ห์จนน่ากลัว...

Mr. Raindrop falling away from me now
Mr. Raindrop falling away from me now
Do you know how much you mean to me?
Why must you leave?
I'm just a flower on a tree
Why must you leave? .

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นเพลงที่เธอชอบเธอจึงหยุดฟังอยู่นานเพราะรู้ว่าคนที่จะโทรมาป่านนี้นั้นต้องเป็นเพื่อนสนิทของเธอแน่นอน อันที่จริงผู้เขียนไม่อยากใช้คำว่า เธอ กับอาคารินะหรอก...เพราะรู้สึกขนลุก...แต่ก็ต้องใช้เพราะนี่มันเป็นฟิค...

ฮัลโหล อ๋อ...แกเองเหรอ...เออ กำลังจะไป...เรียบร้อยแล้วน่า...ส่งให้คุณกินเรียบร้อยแล้ว หา...? กลัวว่าคุณกินจะไม่ยอมกิน จะบ้าเหรอ อีตาคนชอบของหวานนั่นยังไงก็ต้องกินคนเดียวไม่แบ่งคาซึระอยู่แล้วน่า แล้วนี่จะโทรทำไมเนี่ย เห็นรถอยู่ลิบๆแล้วนา วางเหอะ อาคารินะรับสายพลางคุยกับเพื่อนของ...เธอ...ด้วยคำพูดคำจาที่ไม่ค่อยสมเป็นสุภาพสตรีนักก่อนจะวางสายไปอย่างรวดเร็ว

...กินเข้าไปเถอะคุณกิน...กินให้หมดเลยนะ...ทำให้พวกฉันพอใจหน่อยเถอะ...

เธอคิดอย่างสะใจ พร้อมกับเดินจากคาบุกิโจไปด้วยท่าทางเป็นสุขยิ่ง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ว ผมก็ชอบกินทามะครับ
ฟิคนี่แต่งเองหรือป่าวอะครับ
ขอบอกว่าสนุกมากครับ

#1 By ♥_Master[Sc]_♥ on 2006-12-12 09:41

หรือว่านั่นจะเป็นช็อคโกแลทสั่งตาย..(ตายเพราะเหนื่อยล่ะสิ!!)

ถึงจะไม่รู้จักเกือบซักกะตัวแต่ก็เข้าใจง่ายแฮะ แม่สาวน้อยผมดำคนนั้นต้องเป็นตัวสะท้อนโยคุงแน่ๆเลย 555

#2 By sarail on 2006-12-12 17:31

กร๊ากกกกกกก ชินจี้เป็นตัวละครจืดจาง (ซึ่งนั่นมันก็เป็นเรื่องจริง ="= 55555+)

ว่าแต่คุณหนูสองคนนั่นใครเหรอฮะ? ท่าทางดูมีลับลมคมนัยจังแฮะ = ='' ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าช็อกโกแลตนั่นใส่อะไรไว้??

(ผมว่ายัยสองคนนั้นคงไม่ได้มาดี -*- ฮา)

รอตอนสองอยู่นะครับท่านน้อง >w<~@ เลิฟๆน่อ~ >O<!!

#3 By kyosama with honeyhoon♥ on 2006-12-12 20:54